โปรโมทเว็บไซต์ Evdeseyret.com

29Nov/11Off

Lady Gaga

genting crown เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) หรือ โจแอน สเตฟานี่ เจอมานอตต้า (Joanne Stefani Germanotta) เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ.1986 (พ.ศ.2529) ที่ยองเกอร์ส รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา พ่อและแม่เป็นนักลงทุนทางอินเทอร์เน็ต เชื้อสายอิตาเลียน ในวัยเด็ก Lady Gaga เข้าเรียนที่ Convent of the Sacred Heart ในแมนฮัตตัน และเรียนต่อด้านดนตรีที่โรงเรียนศิลปะทิสช์ แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก แต่ลาออกก่อนจะสำเร็จการศึกษา ซึ่งหลังจากลาออกจากโรงเรียน Lady Gaga ก็ได้ย้ายออกจากบ้าน แต่ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ที่แมนฮัตตัน และทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ภาพลักษณ์ของ Lady Gaga จะถูกมองเป็นนักร้องสาวสุดมั่นแห่งยุค แต่งตัวสไตล์หลุดโลก ชอบปาร์ตี้สังสรรค์ แถมยังมีภาพหลุดที่มักชอบทำท่าทำทางแผลง ๆ ออกมาว่อนเน็ตประจำ และล่าสุดเธอก็ออกมายอบรับว่าตัวเองเป็นพวกไบเซ็กชวล แต่ Lady Gaga กลับยืนยันว่าจริง ๆ แล้วตัวเธอไม่ค่อยชอบท่องราตรีหรือดื่มหนัก เธอกลับบอกว่าเธอเป็นสาวบ้างาน เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้ออกไปปาร์ตี้ สู้เอาเวลาไปทำงานจะดีกว่า ที่สำคัญเธอก็ไม่เห็นว่า การเที่ยวกลางคืนจะสนุกตรงไหน พร้อมกับเผยว่าเธอก็อยากมีชีวิตครอบครัวเหมือนคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป แถมยังอยากเป็นคุณแม่กับเขาเหมือนกันนะ ซึ่งตอนนี้ Lady Gaga กำลังคบหากับนักดนตรีหนุ่ม สปีดี้ฉันไม่รู้สึกว่าฉันเหมือนกับนักร้องป๊อปหน้าใสแสนเพอร์เฟคแบบคนอื่น ๆ นะ ฉันคิดว่าฉันเปลี่ยนความคิดของผู้คนเรื่องความเซ็กซี่น่ะ สปีดี้ ก็สำคัญมากกับฉันนะ แต่ดนตรีของฉันไม่มีวันที่จะตื่นมาในตอนเช้าและพูดว่า มันไม่รักฉันอีกแล้ว ฉันรู้สึกพอใจมากกับความสันโดษของฉัน ฉันโอเคนะกับการต้องอยู่คนเดียว แต่ฉันก็เลือกที่จะมีใครบางคนในชีวิตในเวลาที่ฉันทำได้นะ ฉันไม่แคร์หรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับฉัน แต่หากพ่อเกลียดสิ่งที่ฉันทำในตอนนี้ล่ะก็ ฉันคงใจสลาย แต่อีกประมาณ 8-10 ปีข้างหน้า ฉันอยากจะมีลูกน้อยให้พ่อได้อุ้มเล่นบ้าง ฉันอยากให้พ่อได้เชยชมหลาน ๆ บ้าง และฉันก็อยากจะมีสามีซึ่งรัก และคอยให้การสนับสนุนฉันเป็นอย่างดี เหมือนที่คนทั่วไปเค้าทำกัน ตอนนี้ฉันไม่มีทางทิ้งอาชีพเพื่อผู้ชายคนเดียวหรอก ฉันไม่เคยตามก้นผู้ชายไปไหนต่อไหนหรอก'' Lady Gaga กล่าวทิ้งท้ายชั้นเป็นเอนเตอเทนเนอร์มาตลอด ตั้งแต่เด็กเป็นยังไงวันนี้ชั้นก็ยังเป็นแบบนั้น” เลดี้ กาก้า วัย 22 ในวันนี้ สร้างชื่อเสียงมาด้วยตัวของเธอเองจากคลับในย่านโลเวอร์ อีส ไซด์ ด้วยเพลงปาร์ตีย์ ป็อปแดนซ์แสนติดหู “Beautiful Dirty Rich” ร่วมทั้งการโชว์ที่แสนจะอลังการเลิสหรู เสื้อผ้าเปรี้ยวเข็ดฟันทั้งสีสันลวดลายที่เธอเป็นคนออกแบบและทำขึ้นมาเองดูแล้วอาจเหมือนจุดมุ่งหมายของเธอนั้นสูงเหลือเกิน แต่ลองพิจารณาดูดีๆ ในฐานะของศิลปิน กาก้าคือเด็กสาวที่เมื่อตอนอายุ 4 ขวบเธอหัดเล่นเปียโนด้วยการฟัง อายุ 13 เธอแต่งเพลงเปียโนบันลาดเพลงแรก พอ 14 เธอก็โชว์เดี่ยวไมโครโฟนตามไนต์คลับในเมืองนิวยอร์กอย่าง Bitter End ในตอนกลางคืน ส่วนกลางวันเธอกับโดนพวกเพื่อนร่วมห้องที่โรงเรียนของพวกคุณหนู่ล้อเลียนสไตล์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครของเธอ อายุ 17 เธอก็กลายเป็นหนึ่งในเด็ก 20 คนในโลกที่ได้ตอบรับเข้าเรียนก่อนเกณฑ์ที่ Tisch School of the Arts at NYU กาก้าได้เซนต์สัญญาตอนวันเกิดอายุ 20 ปี เขียนเพลงให้ศิลปินหลายรายก่อนจะออกอัลบั้มของตนเอง (อาทิ Pussycat Dolls และอีกมากมายในสังกัด Interscope) แบบนี้คงพูดได้ว่าเลดี้ กาก้า คงไปถึงจุดมุ่งหมายอันแสนไกลของเธอได้ไม่ยากเลยเป้าหมายของชั้นในฐานะศิลปินคือส่งต่อผลงานเพลงออกสู่โลกในแบบที่น่าสนใจสุดๆ” สำหรับ The Fame กาก้าเขียนทั้งเนื้อเพลง ทำนอง และเล่นซินธีไซเซอร์ส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้เอง “ชั้นอยากจะใช้เพลงป็อปหลอกล่อผู้คนให้ติดกับอะไรที่แสนจะเท่แบบนี้”สำหรับอัลบั้ม The Fame กาก้าได้เลือกทำงานแดนซ์ป็อปสองแบบ อันนึงแบบอิเลคโทรป็อป และอีกอันเป็นร็อคผสมดิสโก้ แล้วนำมาเขย่ารวมกันลงไปในแก้วมาร์ตินี่ให้ทุกคนบนโลกได้ดื่มด่ำ Fame (ชื่อเสียง) ของเธอ กาก้าอธิบายว่า “The Fame เป็นเรื่องของการได้ลิ้มรสชื่อเสียง วัฒนธรรมป็อปเป็นศิลปะ มันไม่เท่เลยนะถ้าคุณรังเกียจมัน ชั้นเลยใส่มันไว้เต็มไปหมดให้ทุกคนได้สัมผัสในThe Fame มันแบ่งปันกันได้ ชั้นอยากเชิญชวนทุกคนมาปาร์ตีย์ มาร่วมเป็นส่วนนึงของไลฟสไตล์แบบนี้Beautiful Dirty Rich” กาก้าบอกว่า มันคือการสรุปรวมช่วงเวลาของการค้นพบตัวเอง การใช้ชีวิตในย่านโลเวอร์ อิส ไซด์ และรอยด่างของการเล่นยาในปาร์ตีย์ “เพลงนี้คือตัวชั้นเองที่พยายามจะทำความเข้าใจช่วงเวลานั้น เมื่อชั้นเข้าถึงความเป็นศิลปินของตนเอง ชั้นก็ตกหลุมรักมันมากกว่าชีวิตปาร์ตีย์ที่ผ่านมา” ฟังครั้งแรกเพลง “Paparazzi” อาจจะเหมือนเพลงรักสำหรับกล้องถ่ายรูป กาก้าเล่าขำๆ “ในจุดหนึ่งมันเกี่ยวกับการเชื้อเชิญพวกปาปารัซซี่และความต้องการชื่อเสียง แต่มันก็ไม่ได้จริงจังขนาดนั้น มันเกี่ยวกับการที่คุณต้องการให้ใครมารักคุณ และติดอยู่กับสถานการณ์ที่ว่าคุณจะเลือกชื่อเสียงหรือรักหรือทั้งสองอย่าง”เลดี้ กาก้าได้โชว์ความสามารถในการแต่งเพลงรักไว้ในเพลงเบาๆ ซึ่งได้อิทธิพลมาจากวงควีน “Brown Eyes” เธอบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เปราะบางที่สุดในอัลบั้ม ส่วนเพลงบอกเลิกกันอย่าง “Eh, Eh (Nothing Else I Can Say) เธอบอกว่ามันก็เป็นเพลงป็อปง่ายๆ ว่าด้วยเรื่องของการเจอคนใหม่แล้วก็บอกเลิกกับคนเก่าgenting crown
genting crown

25Nov/11Off

ย้อนรอย ภาพยนตร์เรื่อง Transformers

genting crown เป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้ว ที่สองสายพันธุ์มนุษย์ต่างดาวจักรกลอย่าง ออโต้บ็อทส์ (Autobots)และ ดีเซปทิคอนส์ (Decepticons)ก่อศึกสงครามกัน โดยมีชะตากรรมของจักรวาลเป็นเดิมพัน เมื่อสงครามนี้ได้มาเยือนโลก บุคคลที่ยืนขวางทางอยู่ระหว่างพวกดีเซปติคอนส์ที่ชั่วร้ายและพลังมหาศาล ก็คือเงื่อนงำที่อยู่ในมือของหนุ่มน้อยชื่อ แซม วิทวิคกี้ เด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ คนนึงที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหารายวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียน เพื่อน รถ และสาวๆโดยเขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาคือโอกาสเอาชีวิตรอดโอกาสสุดท้ายของมนุษย์ แซมและ มิเกเอลล่า เพื่อนสาวที่ฮ็อตสุดยอดและยอดสุดในโรงเรียนของเขา ได้พบว่าพวกเขาได้ติดอยู่กลางสงคราม ระหว่างออโต้บ็อทส์และดีเซปทิคอนส์ ขณะที่โลกอยู่ในภาวะความเป็นความตาย แซมได้สำนึกถึงความหมายที่แท้จริงเบื้องหลังคำขวัญของตระกูลวิทวิคกี้ที่ว่า "ไม่เสียสละ ก็ไม่ได้ชัยชนะ"...ไกลออกไปกว่าครึ่งโลก ร้อยเอกเลนน็อกซ์ ผู้ดูแลรับผิดชอบกองกำลังพิเศษกองเล็กๆ ประจำกองทัพ และ สิบเอกเอ็ปป์ส ผู้ควบคุมการต่อสู้ของกองทัพอากาศ พบว่าพวกเขาได้เป็นผู้รอดชีวิต จากการโดนบุกโจมตีที่ฐานทัพของพวกเขาใน Qatar ในไม่ช้า สองนายทหารพบว่า พวกเขาคือมนุษย์กลุ่มแรกในยุคปัจจุบัน ที่ลุกขึ้นสู้กับมนุษย์ต่างดาวทรงพลัง ที่สามารถเปลี่ยนร่างให้กลายเป็นแมงป่องเหล็กตัวใหญ่ยักษ์ แต่อันที่จริงแล้ว มันคือหุ่นยนต์ต่อต้านระเบิดและกระสุนที่มีพลังมหาศาลเมื่อกองทัพของเลนน็อกซ์ถูกส่งกลับไปยังสหรัฐอเมริกา พวกเขารู้ดีว่า พวกเขาได้เห็นและประสบกับสิ่งที่จะทำให้โลกต้องพินาศ พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทหารที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ซึ่งรวมถึง เลขาธิการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จอห์น เคลเลอร์ , สมาชิกของหน่วยงานทหารลับสุดยอด ที่เรียกกันว่า เซ็คเตอร์ 7ร้อยเอกเลนนิกซ์ (จอช ดูฮาเมล) ผู้ดูแลรับผิดชอบกองกำลังพิเศษกองเล็กๆ ประจำกองทัพ และ สิบเอกเอ็ปป์ส (ไทรีส กิ๊บสัน) ซึ่งรอดชีวิตจากการถูกโจมตีในกาตาร์เมื่อกองทัพของเลนนิกซ์ถูกส่งกลับไปยังสหรัฐอเมริกา พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทหารที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ซึ่งรวมถึง เลขาธิการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จอห์น เคลเลอร์ (จอน วอยต์), สมาชิกของหน่วยงานทหารลับสุดยอด ที่เรียกกันว่า เซ็คเตอร์ 7 - เจ้าหน้าที่ซิมมอนส์ (จอห์น เทอร์เทอร์โร่) และ ทอม บานาเช็ค (ไมเคิล โอนีลล์) พร้อมด้วยนักวิเคราะห์คอมพิวเตอร์ แม็กกี้ แม็ดเซ่น (เรเชล เทย์เลอร์) และผู้ร่วมงานของเธอ เกลน วิทแมนน์ (แอนโธนี่ แอนเดอร์สัน) ซึ่งเป็นจอมแฮ็คเกอร์พวกเขาร่วมมือกันวางแผนการโจมตี แต่เมื่อแซมและมิเคลล่ารู้ถึงแผนการของรัฐบาล ที่ต้องการจะทำลายพวกออโต้บ็อทส์ เพื่อนใหม่ของพวกเขา พร้อมกับพวกดีเซ็ปติคอนส์ พวกเขาจะหาวิธีทาง เพื่อช่วยมนุษยชาติสำหรับในประเทศไทย มีการจัดงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ณ เซ็นทรัลเวิลด์สแควร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนจะมีการฉายรอบสื่อมวลชน ทั้งในระบบฟิล์มปกติ ณ เอส เอฟ เวิลด์ ซีนีมา และในระบบไอแม็กซ์ ดีเอ็มอาร์ ณ กรุงศรี ไอแม็กซ์ เธียเตอร์ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอนgenting crown
genting crown