โปรโมทเว็บไซต์ Evdeseyret.com

15Dec/110

เทมเป้

royal1688 เทมเป้นี้ก็เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนอีกชนิดหนึ่ง และนักวิจัยบางกลุ่มยังพบว่าเชื้อ Klebsiella pneumoniae สายพันธุ์ที่ไม่ก่อโรคนั้นมีปะปนอยู่ในเทมเป้ และผลิตวิตามิน B12 ได้อีกด้วย สำหรับแสนรักเองนั้นเคยหม่ำมาสองครั้งค่ะ สมัยเป็นนักเรียนเขาสอนให้ทำเลยต้องรับผิดชอบฝีมือตัวเองไป ก่อนที่เราจะคุยถึงวิธีการผลิตเทมเป้นั้นเราไปติดตามดูประวัติคร่าวๆของเทมเป้กัน เทมเป้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินโดนิเซีย ทางเกาะชวา สันนิษฐานว่าอาจจะได้รับอิทธิพลมากจากอาหารหมักประเภทหนึ่งของประเทศจีนซึ่งใช้ถั่วเหลืองเช่นเดียวกันแต่เชื้อราที่ใช้นั้นเป็นกลุ่ม แอสเปอร์จิรัส (Aspergillus) เมื่อนำเข้ามาที่เกาะชวาแล้วได้มีการปรับเปลี่ยนชนิดของเชื้อราให้เหมาะสมกัยสภาพอากาศของเกาะ จึงได้หันมาใช้เชื้อราในกลุ่ม ไรโซปัส (Rhizopus) ที่มีชื่อว่า Rhizopus oligosporus ซึ่งจะให้เส้นใยที่มีสีขาว เทมเป้ได้แพร่เข้าไปสู่แถบยุโรปโดยชาวฮอลแลนด์ซึ่งเดิมเคยปกครองอินโดนิเซียอยู่ และเริ่มเข้าไปสู่อเมริกาในช่วงปี ค.ศ. 1946คุณค่าทางอาหารของเทมเป้ ชาวอินโดนีเซียรับประทาน “เทมเป้” มาเป็นเวลายาวนานหลายร้อยปีแล้ว การศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของ “เทมเป้” พบว่าในขณะที่เชื้อราเจริญเติบโต ราชนิดนี้สร้างเอ็นไซม์หลายชนิดออกมา เช่น โปรทีเอส (protease) ย่อยโปรตีนถั่วเหลืองให้มีขนาดเล็กลง ทำให้ร่างกายสามารถย่อย และดูดซึมได้ง่าย การวิเคราะห์สารอาหารในถั่วเหลืองเปรียบเทียบกับ “เทมเป้” พบว่า มีปริมาณไนโตรเจนที่ละลายน้ำได้สูงกว่าในถั่วเหลือง ปริมาณกรดไขมันอิสระ (free fatty acid) เพิ่มขึ้น ปริมาณไวตามินหลายชนิดมีมากกว่าในถั่วเหลือง เช่น ไวตามินบี 1 (riboflavin) ไนอาซีน (niacin) และไวตามินบี 12 นอกจากนี้รายังสามารถสร้างสารแอนติออกซิแดนท์ (antioxidant) ซึ่งป้องกันการเหม็นหืน และทำลายอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยชะลอความชราการบ่มเทมเป้ ควรทำที่อุณหภูมิห้อง ประมาณ 30-35 องศาเซลเชียส เพราะเป็นอุณหภูมิที่เชื้อราสามารถเจริญเติบโตใช้เวลาในการบ่ม 24-48 ชั่วโมง ควรยุติการบ่มเมื่อเส้นใยสีขาวของราเจริญยึดเมล็ดถั่วติดกันเป็นก้อนอย่างแน่นหนาดีแล้ว ไม่ควรปล่อยให้เชื้อราเจริญมากกว่านี้เพราะการบ่มที่นานเกินควรจะทำให้มีกลิ่นเหม็นของแอมโมเนียเกิดขึ้นการบริโภคเทมเป้ สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ โดยอาจรับประทานสดหรือทอด เทมเป้สดหรือเทมเป้ทอดสามารถนำไปประกอบอาหารต่างๆ แทนเนื้อสัตว์ หรือเต้าหู้ เช่น ใส่ในข้าวผัด ผัดกับผัก ใส่ในแกงชนิดต่างๆ เช่น แกงเผ็ด พะโล้ ผัดกะเพรา ปัจจุบันการบริโภคเทมเป้แพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ เช่น มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ แคนาดา หมู่เกาะอินเดียตะวันตก และสหรัฐอเมริกาroyal1688
royal1688

Comments (0) Trackbacks (0)

No comments yet.


Leave a comment

(required)

No trackbacks yet.